เหลือขอ กับโครงการของหมู่บ้านนกขมิ้น

สวัสดีค่ะเราคือจิตอาสาร่วมใจไทย ตอนนี้มีน้องๆตัวเล็กๆกำลังต้องการที่พึ่งทางกาย และจิตใจอยู่เป็นจำนวนมาก จึงอยากให้ผู้ที่ต้องการช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของทันทรัพย์ หรือสิ่งของที่ใช้แล้ว และยังใช้ได้อยู่ให้นำมาบริจาค เพื่อน้องๆจะได้มีแรงที่จะสู้ต่อไปนะค่ะ โครงการนี้มีชื่อว่า โครงกางเหลือขอ เป็นโครงการของบ้านนกขมิ้นค่ะ โครงการนี้จัดขึ้นมาหลายปีแล้ว และยังขาดแคลนเรื่องเสื้อผ้า และเครื่องนุ่งห่มอยู่เรื่อยๆ วอนผู้เห็นใจ นำมาบริจาคให้กับโครงการของบ้านนกขมิ้นกันได้ตลอดนะค่ะ ส่วนผู้ที่บริจาคแล้ว ต้องการจะบริจาคก็สามารถทำได้เรื่อยๆนะค่ะ น้องๆกำลังรอสิ่งของที่คุณอาจจะมองไม่เห็นค่าแล้ว แต่กลับเด็กๆพวกนี้คือของขวัญชิ้นเอกสำหรับพวกเขาเลยทีเดียว

ช่องทางการติดต่อ ผ่าน https://www.facebook.com/baannokkamin ได้เลยค่ะ หรือติดต่อผ่านครู อ๊อด ได้เช่นเดียวกันนะค่ะ เมืองไทยในปัจจุบันการดูแลเด็กยังถือว่าไม่เป็นไปตามกระบวนการทางสังคมมากนัก บางครอบครัวมีลูกก่อนวัยอันควร หรือมีฐานะที่อยากจน ส่งผลให้เด็กที่เกิดมาลำบาก และท้ายสุดคือปัญหาครอบครัวที่กระหน่ำเข้ามาในชีวิต บ้านนกขมิ้น คือแหล่งรวมความสุขของเด็กๆที่ถูก พ่อและแม่ทอดทิ้ง บางคนถูกปล่อยให้หากินลำพัง เนื่องจากพ่อแม่ติดสุรา และการพนัน บางคนต้องถูกทิ้งไว้ระยะแรกเกิด หรือบางคนที่โตขึ้นมาไม่มีสถานที่พัก เพื่อหลับนอน สิ่งเหล่านี้ยังถือว่าเป็นส่วนน้อยสำหรับเด็กที่มาอาศัยอยู่กับบ้านนกขมิ้นนะค่ะ เพราะฉะนั้นหากท่านใดมีเวลาว่างจะเป็นจิตอาสาเพื่อสร้างรอยยิ้มให้แก่เด็กๆ สร้างความฝันใหม่ให้กับเด็กๆ สามารถติดต่อเข้ามาที่บ้านนกขมิ้นได้ตลอดเวลาค่ะ และทางเราขอขอบคุณสำหรับผู้ที่นำสิ่งของมาบริจาคแก่โครงการ เหลือขอ โครงการที่จะสร้างฝันให้เด็กไทยมีอนาคตต่อไปในภายภาคหน้า

ครูอ๊อด ครูข้างถนนขวัญใจเด็กๆที่บ้านนกขมิ้น

คำว่าเด็กเร่ร่อน เป็นปัญหาที่เมืองไทยนั้นยังแก้ไม่ขาด แม้แต่ภาครัฐก็ยังไม่สามารถทำได้เช่นกัน พวกเรสคือจิตอาสา ช่วยกันคนละมือ เพื่อดึงเด็กกลุ่มนั้นขึ้นมาจากเหว มอบความรักความเข้าใจให้กับเด็กๆอย่างเช่นเดียวกับบุคคลนี้ที่กำลังทำในสิ่งที่เด็กๆนั้นไม่มี ก็คือครู ครูอ๊อด สุระชัย สุขเขียวอ่อน เป็นครูจิตอาสาของกลุ่มเด็กเร่ร่อนมา 30 ปี และยังเป็นผู้อำนวยการมูลนิธิบ้านนกขมิ้น ด้วยจุดมุ่งหมายการช่วยเหลือสังคมให้ดีขึ้น ครูอ็อดจึงเป็นบุคคลที่ทำงานหนักมาโดยตลอด

ที่มาที่ไปของคำว่าบ้านนกขมิ้น

สมัยก่อนนั้น มิชชันนารี เออร์วิน กรอบลี่ เป็นผู้ริเริ่มโครงการนี้มา โดยเคยศึกษาอยู่ที่มหาลัยรามคำแหง และพบเห็นเด็กเร่ร่อนเป็นจำนวนมาก ไม่มีบ้านอยู่ เสื้อผ้าสกปรก ไม่มีอาหารรับประทาน บางคน มิชชันนารี เออร์วิน กรอบลี่ ให้ไปอาบน้ำที่พาร์ทเม้นท์ ทานข้าว และหาเสื้อผ้าให้ใหม่ และได้แรงบันดาลใจให้ก่อตั้งบ้านนกขมิ้นขึ้นในปี พ.ศ.2536 และมีเด็กที่เข้าโครงการเป็นจำนวนมาก

เราทำในสิ่งที่เหมือนกัน ความคิดเหมือนกัน จึงได้มาพบกัน

นี่เป็นคำพูดของครูอ๊อด พูดในสิ่งที่ มิชชันนารี เออร์วิน ได้ทำเพื่อสังคม ครูอ๊อด ได้มีความคิดตรงกันกับสิ่งที่ มิชชันนารี ทำแต่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไง จนได้มาพบกับศูนย์บ้านนกขมิ้นที่ก่อตั้งขึ้น และครูอ๊อดได้เข้าร่วมจิตอาสามากขึ้น และวันหนึ่งได้รู้จักกับ มิชชันนารี เออร์วิน และการพบกันครั้งนั้นถือว่าเป็นการพบกันแบบ น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า เนื่องจากครูอ๊อดมีเด็กเร่ร่อนที่อุปการะไว้ ส่วนบ้านนกขมิ้นนั้น มีสถานที่พักพิง จึงเป็นการมาพบเจอกันแบบลงตัวเลยตัดสินใจที่จะมาเป็นจิตอาสาให้สถานที่นี้ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา